top of page

8 สิ่งที่ต้องเข้าใจถ้าคุณใช้มันเป็นเครื่องมือหารายได้

Updated: Jan 19


วันนี้แทบทุกคนใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเปิดมือถือ ค้นหา ดูข่าว ดูคลิป ไปจนถึงตัดสินใจซื้อของหรือเลือกใช้บริการ


แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ คนจำนวนมาก “ใช้แพลตฟอร์มเก่ง” แต่ไม่เคยรู้เลยว่าแพลตฟอร์มที่ตัวเองใช้อยู่ มีที่มาและธรรมชาติแบบไหน


และจุดนี้เองคือสิ่งที่แยกคน “ใช้งานทั่วไป” ออกจากคนที่ “ใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือทำมาหากิน”


โดยเฉพาะในสายอาชีพที่ต้องพึ่งการตลาดออนไลน์ การไม่เข้าใจธรรมชาติของแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ดี แต่มันทำให้ คุณจ่ายแพงกว่าที่ควรจะเป็น


แพลตฟอร์มไม่ใช่สนามซ้อมและงบโฆษณาไม่ใช่ค่าเรียน ถ้ายังไม่เข้าใจธรรมชาติของแพลตฟอร์มการอัดเงินเข้าไป คือวิธีเรียนรู้ที่แพงที่สุด

บทความนี้ไม่ได้สอนยิงแอด ไม่ได้แจกสูตรลัด แต่จะพาคุณมอง “โครงสร้างความคิดของแพลตฟอร์ม” ก่อนที่คุณจะเอามันมาใช้ทำธุรกิจ


ทำไมต้องเข้าใจ “DNA แพลตฟอร์ม”


แพลตฟอร์มทุกตัว ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ มันถูกออกแบบจาก วิธีคิดของผู้ก่อตั้ง + ปัญหาที่เขาต้องการแก้


ถ้าคุณเข้าใจจุดนี้คุณจะรู้ทันทีว่า

  • แพลตฟอร์มนี้ “ถนัดอะไร”

  • มันอยากให้ผู้ใช้ทำพฤติกรรมแบบไหน

  • ธุรกิจแบบไหนไปได้

  • และธุรกิจแบบไหนจะ “เหนื่อยโดยไม่จำเป็น”


ประสบการณ์จากการทำการตลาดออนไลน์ในหลายอุตสาหกรรม ทำให้เห็นชัดว่า การเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ได้มาจากการใช้เครื่องมือให้มากขึ้น แต่เกิดจากการเข้าใจธรรมชาติของแพลตฟอร์ม และเลือกใช้มันให้ตรงกับสิ่งที่มันถูกออกแบบมาให้เป็น


ประเภทแพลตฟอร์ม ที่คุณควรรู้จัก (ในมุมการทำมาหากิน)


ผมขอแบ่งแพลตฟอร์มออกเป็น 8 กลุ่มใหญ่ไม่ใช่เพื่อความเท่แต่เพื่อให้คุณ “ไม่ใช้เครื่องมือผิดงาน”


1. Information / Utility Platform แพลตฟอร์มเพื่อหาคำตอบ


ตัวอย่าง: Google Search, YouTube

DNA ของแพลตฟอร์มกลุ่มนี้คือ

“คนมีปัญหา → มาหาคำตอบ”

อดีตคนพิมพ์ Keyword แล้วคลิกอ่านปัจจุบันคนพิมพ์คำถาม หาคำตอบ สรุป และเปรียบเทียบ

ธุรกิจที่เหมาะ:

  • บริการราคาสูง

  • สุขภาพ

  • การเงิน

  • การตัดสินใจที่ต้องใช้เหตุผล


ถ้าคุณขายของที่ต้อง “คิดก่อนซื้อ”แต่ไม่ให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มกลุ่มนี้คุณกำลังปล่อยลูกค้าที่พร้อมซื้อที่สุดไปให้คู่แข่งโดยไม่รู้ตัว


2. Social Connection Platform แพลตฟอร์มเพื่อความสัมพันธ์


ตัวอย่าง: Facebook, Instagram

DNA ของแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่การขายแต่คือ

“การเชื่อมโยงชีวิต ความคิด และตัวตนของผู้คน”

นี่คือเหตุผลที่

  • คนยังอยู่บน Facebook

  • แต่ไม่อยากถูกขายตรง

  • และเกลียดโฆษณาที่ “รีบปิดการขาย”


ธุรกิจที่ไปได้:


  • ธุรกิจที่ต้องสร้างความเชื่อใจ

  • แบรนด์ที่ต้องเล่าเรื่อง

  • บริการที่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ

คนที่บอกว่า Facebook ใช้ไม่ได้ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ผิดแพลตฟอร์มแต่ใช้ผิด “บทบาท”


3. Consumption Model Platform แพลตฟอร์มเพื่อการเสพต่อเนื่อง


ตัวอย่าง: Netflix, TikTok

DNA คือ

“ทำให้คนดูต่อ โดยไม่ต้องคิด”

ธุรกิจที่เข้าใจแพลตฟอร์มนี้จะไม่พยายามขายก่อนแต่จะสร้าง “ความอยาก” และ “ภาพจำ”


เหมาะกับ:

  • แบรนด์

  • FMCG

  • ร้านอาหาร

  • สิ่งที่ตัดสินใจจากอารมณ์


ถ้าคุณเอาสินค้าที่ต้องคิดเยอะไปยัดใส่แพลตฟอร์มนี้ต้นทุนจะสูงโดยไม่จำเป็น


4. Conversational AI Platform แพลตฟอร์มเพื่อการสนทนาและคิดร่วม


ตัวอย่าง: ChatGPT, Gemini

DNA คือ

“การช่วยคิด ไม่ใช่แค่หาคำตอบ”

แพลตฟอร์มกลุ่มนี้ไม่ได้มาแทน Googleแต่มาแทน “การคิดแบบผิวเผิน”

ธุรกิจที่เข้าใจ AIจะใช้มันเป็นผู้ช่วยวางแผนไม่ใช่เครื่องผลิตคอนเทนต์มั่ว ๆ


5. Productivity AI Platform แพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ


ตัวอย่าง: Copilot, AI ใน Office

DNA คือ

“ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ฉลาดขึ้นแทน”

AI กลุ่มนี้เหมาะกับองค์กรไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไร


6. Generative AI (Visual) แพลตฟอร์มเพื่อการสร้างสรรค์


ตัวอย่าง: Midjourney, Sora, VEO

DNA คือ

“ลดต้นทุนการผลิต ไม่ได้ลดความจำเป็นในการคิด”

ถ้าคุณไม่มีแนวคิดAI จะยิ่งทำให้คุณหลงทางเร็วขึ้น


7. Foundational AI โครงสร้างเบื้องหลังของระบบทั้งหมด


ตัวอย่าง: GPT-4/5, LLaMA

แพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่ของคนทั่วไปแต่คือ “ฐานราก” ของทุกอย่างที่คุณใช้อยู่


8. Behavioral AI แพลตฟอร์มที่รู้จักคุณดีกว่าที่คุณคิด


ตัวอย่าง: Recommendation System

DNA คือ

“พฤติกรรมจริง ไม่ใช่คำพูด”

นี่คือเหตุผลที่บางโพสต์คุณไม่ตั้งใจดูแต่ดูจนจบ


แล้วทั้งหมดนี้เกี่ยวอะไรกับการตลาด?


จากการทำการตลาดหลายๆ ธุรกิจที่ผ่านมา สิ่งที่ทำเติบโตแบบก้าวกระโด ไม่ใช่การใช้ทุกแพลตฟอร์ม แต่คือ การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ DNA ตรงกับธุรกิจ ถ้ายังไม่เข้าใจแพลตฟอร์มนั้น อย่าเพิ่งเอาเงินเข้าไปมาก เพราะคุณไม่ได้ “ทดสอบ” คุณกำลัง “จ่ายค่าเรียนแพงที่สุด”


สรุป

ถ้าคุณใช้แพลตฟอร์มเป็นแค่ที่เล่น คุณอาจไม่ต้องรู้ทั้งหมดนี้ แต่ถ้าคุณใช้มันเป็นเครื่องมือทำมาหากินความเข้าใจเรื่อง DNA แพลตฟอร์มอาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างการเติบโต กับ การเผางบโดยไม่รู้ตัว


บทความต่อไปเราจะเริ่มเจาะทีละแพลตฟอร์มว่าควรใช้มัน “อย่างไร” โดยไม่ฝืนธรรมชาติของมัน เพราะการตลาดที่ดีไม่ใช่การสู้กับแพลตฟอร์มแต่คือการ “เล่นไปกับมัน

Comments


pmplogo-01_edited_edited_edited.png
​PMP Media Co., Ltd.

บริษัท พี เอ็ม พี มีเดีย จำกัด

 

18/130  Prasert Manukit 25 Yak 2, Chorakhe Bua, Lat Phrao, Bangkok, Thailand, 10230

 

Email: support@themarketine.com

Phone: +66 89 660 5901

              +66 92 270 9228​​

  • Twitter
  • Facebook
  • Linkedin

© 2024 by TheMarketine

bottom of page